
ในขณะที่การเกษตรยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีการมองหาวิธีการใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นในการเพิ่มผลผลิต และในขณะเดียวกันก็อนุรักษ์ทรัพยากรและจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมีวิธีหนึ่งที่กำลังมาแรงก็คือการใช้โดรนเพื่อการเกษตรเพื่อประเมินและดูแลพืชผล
โดรน เป็นตัวช่วยส่วนหนึ่งของการทำฟาร์มอัจฉริยะ ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลมากมายที่เกษตรกรสามารถใช้เพื่อเติบโตได้มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง
วิธีการใช้โดรน ในการเกษตร
เช่นเดียวกับการใช้ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS), ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) และโปรแกรมซอฟต์แวร์เฉพาะทาง นำมาทำงานร่วมกับรถแทรกเตอร์บนภาคพื้นดิน โดย โดรนที่มีโรเตอร์ เป็นโดรนเพื่อการเกษตรที่พบมากที่สุด อาจรวมถึงเครื่องบินแบบโรเตอร์เดี่ยว ซึ่งมีโรเตอร์หมุนอยู่ด้านบนเหมือนเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป หรือมีโรเตอร์หลายตัวบนโดรนตัวเดียวกัน ซึ่งบางครั้งเรียกว่าควอดคอปเตอร์ หรือควอดโรเตอร์
ขนาดของโดรนก็แตกต่างกันไป โดรนขนาดเล็กที่ใช้สำหรับถ่ายภาพก็จะมีขนาดเล็กและเบากว่า ในขณะที่โดรนขนาดใหญ่ก็จะมีความแข็งแกร่งพอที่จะบรรทุกของเหลวได้ อาจมีความกว้างหลายฟุต
การฉีดพ่นด้วยโดรน เพื่อการเกษตรคืออะไร?
การฉีดพ่นด้วยโดรนเพื่อการเกษตร คือการใช้โดรนเพื่อจ่ายปุ๋ย เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารที่จำเป็น หรือใช้ยากำจัดวัชพืชเพื่อควบคุมวัชพืชหรือยาฆ่าแมลงเพื่อป้องกันแมลงรบกวน
การทำแผนที่โดรนในการเกษตรคืออะไร?
การใช้โดรนหลักอย่างหนึ่งในการเกษตรคือ การสร้างแผนที่ของทุ่งนาที่มีรายละเอียดครบถ้วน ทำให้เจ้าของสวนได้รับมุมมอง 3 มิติของพื้นที่ที่กำลังเติบโต
ประโยชน์และข้อดีของการใช้โดรนในการเกษตร
ข้อดีของการใช้โดรนเพื่อการเกษตร คือมีความเร็ว ใช้งานง่าย และลดต้นทุนการดำเนินงาน ผู้ผลิตสามารถมุ่งเป้าไปจัดการที่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาได้เลย โดยไม่ต้องนำรถแทรกเตอร์ เครื่องพ่น หรือเครื่องจักรกลหนักอื่น ๆ เข้ามา และโดรนยังได้รับการออกแบบให้มีความแม่นยำ และเนื่องจากโดรนอยู่ในอากาศ จึงไม่สร้างความเสียหายให้กับต้นไม้หรือรบกวนดินในสนาม
การทำการเกษตรให้มีความเจริญรุดหน้าในปัจจุบัน นอกจากจะต้องมีองค์ความรู้แล้ว การนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเข้ามาปรับใช้ร่วมด้วย ก็จะทำให้การเกษตรนั้นมีการทำงานที่ง่ายขึ้น ผลผลิตดีขึ้น ลดจำนวนคนน้อยลงและทำให้เกิดกำไรและประสิทธิภาพผลผลิตที่ดีขึ้นตามมา แต่ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีชนิดใดมาใช้งานก็จะต้องมีการศึกษาทำการบ้านให้ดีว่า คุ้มกับต้นทุนที่จะจ่ายไปหรือไม่ และต้องใช้งานแบบไหนถึงจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุด
